ผู้เขียน หัวข้อ: #เฉลยแนวข้อสอบ #แนวข้อสอบ #สำนักงานศาลยุติธรรม #ใหม่ล่าสุด  (อ่าน 176 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ chalita

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 396
  • Karma: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
Advertisement


ติดตามข่าวเปิดสอบก่อนใคร กดเลย
ข่าวเปิดสอบ รับสมัครสอบ หนังสือ คู่มือ เตรียมสอบแนวข้อสอบ แนวข้อสอบสำนักงานศาลยุติธรรม .ทุกตำแหน่ง ทุกจังหวัด #60

!!!!!+ข่าวประกาศรับสมัครสอบ ล่าสุด+!!!! CLICK >>>> ศาลยุติธรรม Courts of Justice www.coj.go.th/
<<<สำนักงานศาลยุติธรรม>>>
สำนักงานศาลยุติธรรม

Address: อาคารศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900


จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบ แนวข้อสอบสำนักงานศาลยุติธรรม ทุกตำแหน่ง ใหม่ล่าสุด
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ ชัวร์สุดๆ

ตำแหน่งเจ้าพนักงานการเงินและบัญชีปฏิบัติงาน

ความรู้ความสามารถทั่วไป คณิตศาสตร์และภาษาไทย
พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ความรู้เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550
พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551
ความรู้เกี่ยวกับงานธุรการศาลยุติธรรม และงานธุรการทั่วไป
ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะงานที่ปฏิบัติในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ศาลยุติธรรมปฏิบัติงาน
ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะงานที่ปฏิบัติในตำแหน่งเจ้าพนักงานการเงินและบัญชีปฏิบัติงาน
ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 และที่แก้ไขเพิ่มเติม


นิติกร สำนักงานศาลยุติธรรม
1. ความรู้เกี่ยวกับสำนักงานศาลยุติธรรม
2. ความสามารถด้านการคิดคำนวณ 27
3. ความสามารถด้านภาษา_ 30
4. ความสามารถทางด้านเหตุผล 37
5. ถาม - ตอบ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
6. ถาม - ตอบ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
7. ถาม - ตอบ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
8. ถาม - ตอบ ประมวลกฎหมายอาญา
9. แนวข้อสอบพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 และแก้ไขเพิ่มเติม
10. แนวข้อสอบพระราชบัญญัติให้ใช้พระธรรมนูญศาลยุติธรรม 2543
11. แนวข้อสอบภาษาอังกฤษ
12. แนวข้อสอบรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557

นักวิชาการเงินและบัญชี สำนักงานศาลยุติธรรม
1. ความรู้เกี่ยวกับสำนักงานศาลยุติธรรม
2. ความสามารถด้านการคิดคำนวณ
3. ความสามารถทางด้านเหตุผล
4. ความสามารถด้านภาษาไทย
5. แนวข้อสอบภาษาอังกฤษ
6. แนวข้อสอบการจัดทำบัญชี
7. แนวข้อสอบความรู้เกี่ยวกับการเงินและงบประมาณ
8. แนวข้อสอบมาตาฐานวิชาชีพบัญชี
9. แนวข้อสอบระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ พ.ศ.2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
10. แนวข้อสอบระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และแก้ไขเพิ่มเติม
11. แนวข้อสอบหลักการและนโยบายบัญชี สำหรับหน่วยงานภาครัฐ
12. หลักการบัญชีเบื้องต้น

นักวิชาการคอมพิวเตอร์ สำนักงานศาลยุติธรรม
1. ความสามารถด้านการคิดคำนวณ
2. ความสามารถทางด้านเหตุผล
3. แนวข้อสอบภาษาไทย
4. แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
5. ความรู้เบื้องต้นในการวิเคราะห์และออกแบบระบบ
6. แนวข้อสอบหลักการเขียนโปรแกรม
7. ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์เบื้องต้น
8. แนวข้อสอบระบบเครือข่ายและการสื่อสารบนเครือข่าย
9. แนวข้อสอบความสามารถด้านคอมพิวเตอร์
10. แนวข้อสอบ พรบ.คอมพิวเตอร์ พศ.2550
11. แนวข้อสอบพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 และแก้ไขเพิ่มเติม
12. แนวข้อสอบ พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551


(+++แนวข้อสอบเฉพาะตำแหน่ง เลือกตามตำแหน่งที่สอบ+++)


เจ้าพนักงานการเงินและบัญชีปฏิบัติงาน
นักวิชาการเงินและบัญชี
นักวิชาการคอมพิวเตอร์
นักวิชาการโสตทัศนศึกษา
นักวิเคราะห์นโยบายและแผน
เจ้าพนักงานโสตทัศนศึกษา
เจ้าพนักงานเครื่องคอมพิวเตอร์
เจ้าพนักงานสถิติ
เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี
เจ้าพนักงานพัสดุ
เจ้าพนักงานธุรการ
นิติกร
นักวิชาการสถิติปฏิบัติการ
เศรษฐกร
#เจ้าหน้าที่บริหารทั่วไป
#เจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี
#เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ (งานผลิตสื่อประชาสัมพันธ์และโสตทัศนูปกรณ์)
#นักวิชาการคอมพิวเตอร์ (งานระบบเครือข่าย)
#นักวิชาการคอมพิวเตอร์ (งานวิเคราะห์และพัฒนาระบบ)
#เจ้าหน้าที่สอบสวน
#นิติกร
#นักวิชาการ (งานติดตามประเมินผลการปฎิบัติตามรัฐธรรมนูญ)
#นักวิชาการ (งานวิจัย)
#บรรณารักษ์


หมายเหตุ เนื้อหาแนวข้อสอบอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงตามอัปเดต ทางร้านขอสงวนสิทธิ์โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า


สั่งซื้อแนวข้อสอบได้ที่  หรือสอบถามได้ บริการเป็นกันเองค่ะ
ที่ คุณชลิตา ดวงโพธิ์
Tel : 0619245641
Line @ : @mih8631p
Line id : 0619245641 
E-Mail : chalita.duangpho@gmail.com
Face Book : https://www.facebook.com/sheetthai.chalita

ข้อสอบไทย.คอม ศูนย์ข้อสอบไทย แนวข้อสอบเก่า อ่านฟรี พร้อมเฉลย ใหม่ล่าสุด งานราชการ ก.พ. อบต. ครู ตำรวจ ธนาคาร ธกส. รัฐวิสาหกิจ ?
แนวข้อสอบ หนังสืออ่านสอบ คู่มือสอบ ติวสอบ หาข้อสอบ เก็งข้อสอบ ข้อสอบเก่า แจกข้อสอบ ข้อสอบลับ ข่าวการสอบ เปิดสอบ


*** จำหน่าย แนวข้อสอบทุกหน่วยงาน ทุกตำแหน่ง สอบถามได้
*** ไฟล์แนวข้อสอบ ราคา 399 บาท {จัดส่งทางอีเมล์}  สามารถเอาไปปริ้น อ่านได้เลย หรือ เปิดใน Computer, Smart Phone, Tablet ได้
*** หนังสืออ่านสอบ แถม แผ่น CD VCD หรือ MP3 (บรรยายเนื้อหา 1 เรื่อง) ราคา 999 บาท จัดส่งทางไปรษณีย์ {ร่วมค่าจัดส่ง EMS แล้ว}
** ใส่เศษสตางค์เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบ การโอนเงิน  ตัวอย่างเช่น 399.05, 399.50 , 399.77 **



ช่องทางการชำระเงิน สั่งซื้อแนวข้อสอบ

ธนาคารไทยพาณิชย์   
$$$ ชื่อบัญชี นายศักดิ์หิรัญ  เกษตรเวทิน บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 404-045-7465
ธนาคารกสิกรไทย 
$$$ ชื่อบัญชี นายศักดิ์หิรัญ  เกษตรเวทิน บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 011-298-4070
ธนาคารกรุงไทย 
$$$ ชื่อบัญชี นายศักดิ์หิรัญ  เกษตรเวทิน บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 984-402-4080

สั่งซื้อแนวข้อสอบได้ที่  หรือสอบถามได้ บริการเป็นกันเองค่ะ
ที่ คุณชลิตา ดวงโพธิ์
Tel : 0619245641
Line @ : @mih8631p
Line id : 0619245641 
E-Mail : chalita.duangpho@gmail.com
Face Book : www.facebook.com/sheetthai.chalita



1 แนวข้อสอบทำการจัดส่งภายในวันที่โอนเงิน ไม่เกิน "เที่ยงคืน" (ในกรณีโอนเงินก่อน 18.00 น.)
2 โปรดตรวจสอบที่กล่องขาเข้า [Inbox] และ อีเมล์ลล์ขยะ [Junk Mail]
3 หากยังไม่ได้รับ กรุณาติดต่อกลับมาที่  0619245641 หรือทางอีเมล์
4 กรุณาเก็บหลักฐานการโอนเงินไว้ด้วย

&&& รายละเอียดที่ต้องแจ้งหลังจากโอนเงิน &&&
1. แจ้ง เวลาที่โอน ( ดูในใบ สลิป หรือ ใบ Pay in จากธนาคารเป็นหลักเท่านั้น )
2. แจ้ง ชื่อหน่วยงาน และตำแหน่ง ที่จะสั่งซื้อ
3. แจ้ง E-Mail (ในกรณีที่สั่งเป็นไฟล์)
4. แจ้ง ชื่อที่อยู่ เบอร์โทร (ในกรณีที่สั่งเป็นหนังสือ)


#ข่าวเปิดสอบ #หนังสือ #คู่มือ #เตรียมสอบ #เก็งข้อสอบ ติวสอบ #แนวข้อสอบกรม#สำนักงานศาลยุติธรรม#อัพเดทใหม่ล่าสุด #จังหวัด #2560
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 04, 2017, 08:45:41 PM โดย chalita »

ออฟไลน์ chalita

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 396
  • Karma: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
#ข่าวเปิดสอบ #หนังสือ #คู่มือ #เตรียมสอบ #เก็งข้อสอบ #ติวสอบ #แนวข้อสอบ #สำนักงานศาลยุติธรรม
สำนักคณะกรรมการการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.)
สำนักคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.)
สำนักคณะกรรมการข้าราชการศาลยุติธรรม (ก.ศ.)
สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ
สำนักบริหารกลางและสวัสดิการ
กองสวัสดิการศาลยุติธรรม
กองการต่างประเทศ
ศูนย์วิทยบริการศาลยุติธรรม
สํานักอนุญาโตตุลาการ
กองสารนิเทศและประชาสัมพันธ์
สำนักบริหารงานออกแบบและก่อสร้าง
สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม
สำนักการคลัง
สำนักประธานศาลฎีกา
สำนักระงับข้อพิพาท
สำนักแผนงานและงบประมาณ
สำนักกฎหมายและวิชาการศาลยุติธรรม
สำนักตรวจสอบภายใน
หน่วยตรวจราชการ
สถาบันวิจัยรพีพัฒนศักดิ์
สำนักบริหารทรัพย์สิน
สำนักพัฒนาระบบงาน
สำนักรักษาความปลอดภัยและสถานที่
กองกิจการคดี

ศาลอาญา
ศาลอาญากรุงเทพใต้
ศาลอาญาธนบุรี
ศาลแพ่ง
ศาลแพ่งกรุงเทพใต้
ศาลแพ่งธนบุรี

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯ
ศาลภาษีอากรกลาง
ศาลล้มละลายกลาง
ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง
ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง (มีนบุรี)
ศาลแรงงานกลาง (กรุงเทพฯ)
ศาลแรงงานภาค 1 (สระบุรี)
ศาลแรงงานภาค 2 (ชลบุรี)
ศาลแรงงานภาค 3 (นครราชสีมา)
ศาลแรงงานภาค 4 (อุดรธานี)
ศาลแรงงานภาค 5 (เชียงใหม่)
ศาลแรงงานภาค 6 (นครสวรรค์)
ศาลแรงงานภาค 7 (กาญจนบุรี)
ศาลแรงงานภาค 8 (ภูเก็ต)
ศาลแรงงานภาค 9 (สงขลา)

ศาลฎีกา
ศาลอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 (กรุงเทพฯ)
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 (ระยอง)
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 (นครราชสีมา)
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 (ขอนแก่น)
ศาลอุทธรณ์ภาค 5 (เชียงใหม่)
ศาลอุทธรณ์ภาค 6 (นครสวรรค์)
ศาลอุทธรณ์ภาค 7 (กรุงเทพฯ)
ศาลอุทธรณ์ภาค 8 (ภูเก็ต)
ศาลอุทธรณ์ภาค 9 (กรุงเทพฯ)

สำนักศาลยุติธรรมประจำภาค 1 (กรุงเทพฯ)
ศาลแขวงดอนเมือง
ศาลแขวงดุสิต
ศาลแขวงธนบุรี
ศาลแขวงปทุมวัน
ศาลแขวงพระนครเหนือ
ศาลแขวงพระนครใต้
ศาลแขวงนนทบุรี
ศาลแขวงพระนครศรีอยุธยา
ศาลแขวงลพบุรี
ศาลแขวงสระบุรี
ศาลแขวงสมุทรปราการ
ศาลจังหวัดชัยนาท
ศาลจังหวัดชัยบาดาล
ศาลจังหวัดตลิ่งชัน
ศาลจังหวัดธัญบุรี
ศาลจังหวัดนนทบุรี
ศาลจังหวัดปทุมธานี
ศาลจังหวัดพระโขนง
ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ศาลจังหวัดมีนบุรี
ศาลจังหวัดลพบุรี
ศาลจังหวัดสมุทรปราการ
ศาลจังหวัดสระบุรี
ศาลจังหวัดสิงห์บุรี
ศาลจังหวัดอ่างทอง
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดชัยนาท
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนนทบุรี
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดปทุมธานี
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดลพบุรี
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสมุทรปราการ
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสระบุรี
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสิงห์บุรี
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอ่างทอง

สำนักศาลยุติธรรมประจำภาค 2 (ชลบุรี)
ศาลแขวงชลบุรี
ศาลแขวงพัทยา
ศาลจังหวัดกบินทร์บุรี
ศาลจังหวัดจันทบุรี
ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา
ศาลจังหวัดชลบุรี
ศาลจังหวัดตราด
ศาลจังหวัดนครนายก
ศาลจังหวัดปราจีนบุรี
ศาลจังหวัดพัทยา
ศาลจังหวัดระยอง
ศาลจังหวัดสระแก้ว
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดจันทบุรี
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดฉะเชิงเทรา
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดชลบุรี
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดตราด
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนครนายก
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดปราจีนบุรี
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดระยอง
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสระแก้ว

สำนักศาลยุติธรรมประจำภาค 3 (นครราชสีมา)
ศาลแขวงนครราชสีมา
ศาลแขวงสุรินทร์
ศาลแขวงอุบลราชธานี
ศาลจังหวัดกันทรลักษ์
ศาลจังหวัดชัยภูมิ
ศาลจังหวัดเดชอุดม
ศาลจังหวัดนครราชสีมา
ศาลจังหวัดนางรอง
ศาลจังหวัดบัวใหญ่
ศาลจังหวัดบุรีรัมย์
ศาลจังหวัดพิมาย
ศาลจังหวัดภูเขียว
ศาลจังหวัดยโสธร
ศาลจังหวัดรัตนบุรี
ศาลจังหวัดศรีสะเกษ
ศาลจังหวัดสุรินทร์
ศาลจังหวัดสีคิ้ว
ศาลจังหวัดสีคิ้ว(ปากช่อง)
ศาลจังหวัดอำนาจเจริญ
ศาลจังหวัดอุบลราชธานี
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดชัยภูมิ
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนครราชสีมา
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดบุรีรัมย์
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดยโสธร
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดศรีสะเกษ
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสุรินทร์
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอำนาจเจริญ
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี

สำนักศาลยุติธรรมประจำภาค 4 (ขอนแก่น)
ศาลแขวงขอนแก่น
ศาลแขวงอุดรธานี
ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์
ศาลจังหวัดขอนแก่น
ศาลจังหวัดนครพนม
ศาลจังหวัดบึงกาฬ
ศาลจังหวัดพล
ศาลจังหวัดมหาสารคาม
ศาลจังหวัดมุกดาหาร
ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด
ศาลจังหวัดเลย
ศาลจังหวัดสกลนคร
ศาลจังหวัดสว่างแดนดิน
ศาลจังหวัดหนองคาย
ศาลจังหวัดหนองบัวลำภู
ศาลจังหวัดอุดรธานี
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดกาฬสินธุ์
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดขอนแก่น
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนครพนม
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดบึงกาฬ
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดมหาสารคาม
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดมุกดาหาร
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดร้อยเอ็ด
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดเลย
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสกลนคร
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดหนองคาย
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดหนองบัวลำภู
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี

สำนักศาลยุติธรรมประจำภาค 5 (เชียงใหม่)
ศาลแขวงเชียงใหม่
ศาลแขวงลำปาง
ศาลแขวงเวียงป่าเป้า
ศาลจังหวัดเชียงราย
ศาลจังหวัดเชียงใหม่
ศาลจังหวัดฮอด
ศาลจังหวัดเทิง
ศาลจังหวัดน่าน
ศาลจังหวัดฝาง
ศาลจังหวัดพะเยา
ศาลจังหวัดแพร่
ศาลจังหวัดแม่สะเรียง
ศาลจังหวัดแม่ฮ่องสอน
ศาลจังหวัดลำปาง
ศาลจังหวัดลำพูน
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดเชียงราย
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดเชียงใหม่
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดน่าน
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดพะเยา
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดแพร่
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดแม่ฮ่องสอน
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดลำปาง
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดลำพูน

สำนักศาลยุติธรรมประจำภาค 6 (พิษณุโลก)
ศาลแขวงนครสวรรค์
ศาลแขวงพิษณุโลก
ศาลแขวงนครไทย
ศาลจังหวัดกำแพงเพชร
ศาลจังหวัดตาก
ศาลจังหวัดนครสวรรค์
ศาลจังหวัดพิจิตร
ศาลจังหวัดพิษณุโลก
ศาลจังหวัดวิเชียรบุรี
ศาลจังหวัดเพชรบูรณ์
ศาลจังหวัดแม่สอด
ศาลจังหวัดสวรรคโลก
ศาลจังหวัดสุโขทัย
ศาลจังหวัดหล่มสัก
ศาลจังหวัดอุตรดิตถ์
ศาลจังหวัดอุทัยธานี
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดกำแพงเพชร
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดตาก
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนครสวรรค์
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดพิจิตร
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดพิษณุโลก

ออฟไลน์ chalita

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 396
  • Karma: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
ตัวอย่างแนวข้อสอบในเอกสารเตรียมสอบศาลยุติธรรม

๓๓. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของ ก.ศ.
ก. รักษาทะเบียนประวัติและควบคุมการเกษียณอายุของข้าราชการศาลยุติธรรม
ข. การจัดสวัสดิการหรือการสงเคราะห์อื่นแก่ข้าราชการศาลยุติธรรม
ค. กำหนดวันทำงาน วันหยุดราชการตามประเพณี วันหยุดราชการประจำปี
ง. การจ้างและการแต่งตั้งบุคคลเพื่อเป็นผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ชำนาญการเฉพาะด้าน
๓๔. ใครเป็นผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม
ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
ข. ประธานศาลฎีกา
ค. คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม
ง. คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม
๓๕. เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมมีวาระการดำรงตำแหน่งกี่ปี
ก. ๒ ปี
ข. ๒ ปี แต่ไม่เกิน ๓ ปี
ค. ๔ ปี
ง. ๔ ปี แต่ไม่เกิน ๕ ปี
๓๖. การแต่งตั้งเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมต้องได้รับความเห็นชอบจากใคร
ก. ประธานศาลฎีกา
ข. คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม
ค. คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม
ง. คณะกรรมการข้ารากชารศาลยุติธรรม
๓๗. ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้องเกี่ยวกับการบรรจุและแต่งตั้งรองเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม
ก. เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมเสนอรายชื่อต่อ ก.ศ.เพื่อให้ความเห็นชอบ
ข. เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมเป็นผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ
ค. ก.ศ.ให้ความเห็นชอบ แต่ให้ฟังความเห็นของประธานศาลฎีกาประกอบการพิจารณา
ง. ถูกเฉพาะข้อ ข และ ข้อ ค
๒๒. หนังสือประทับตราแทนการลงชื่อของหัวหน้าส่วนราชการระดับใด
๑. ระดับกองขึ้นไป
๒. ระดับกรมขึ้นไป
๓. ระดับทบวงขึ้นไป
๔. ระดับกระทรวงขึ้นไป
๒๓. บรรดาข้อความที่ผู้บังคับบัญชาสั่งการให้ปฏิบัติโดยชอบด้วยกฎหมาย คือ
๑. คำสั่ง
๒. ระเบียบ
๓. ข้อบังคับ
๔. ประกาศ
๕๙. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ผู้ไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาทประจำศาล
ก. ผู้พิพากษา
ข. เจ้าหน้าที่ศาลได้รับการแต่งตั้ง
ค. บุคคลภายนอกที่ได้รับการแต่งตั้ง
ง. ทนายความ
๖๐. โทษทางอาญามีกี่สถาน อะไรบ้าง
ก. ๕ สถาน คือ ประหารชีวิต จำคุก กักขัง ปรับ ริบทรัพย์สิน
ข. ๕ สถาน คือ ประหารชีวิต จำคุก จำคุกและกักขัง กักขัง ปรับ
ค. ๕ สถาน คือ ประหารชีวิต จำคุก จำคุกและกักขัง จำคุกและปรับ ปรับอย่างเดียว
ง. ๕ สถาน คือ ประหารชีวิต จำคุก จำคุกและกักขัง ปรับและรอการลงโทษ ริบทรัพย์สิน

๘. ข้อใดไม่ใช่แนวนโยบายด้านกฎหมายและการยุติธรรม (มาตรา ๘๑)
๑. สนับสนุนให้มีการใช้หลักคุณธรรม จริยธรรม และหลักธรรมาภิบาล ควบคู่กับการประกอบกิจการ
๒. คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของบุคคลให้พ้นจากการล่วงละเมิด
๓. จัดให้มีกฎหมายเพื่อจัดตั้งองค์กรเพื่อการปฏิรูปกฎหมายที่ดำเนินการเป็นอิสระ
๔. สนับสนุนการดำเนินการขององค์กรภาคเอกชนที่ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน

๙. รัฐต้องส่งเสริมการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวกับนานาประเทศ บัญญัติไว้ในแนวนโยบายด้านใด (มาตรา ๘๒)
๑. ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน
๒. ด้านการต่างประเทศ
๓. ด้านเศรษฐกิจ
๔. ด้านที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

๑๐. รัฐต้องส่งเสริมและให้การศึกษาแก่ประชาชนเกี่ยวกับการพัฒนาการเมืองและการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนได้ใช้สิทธิเลือกตั้งโดยสุจริตและเที่ยงธรรม บัญญัติไว้ในแนวนโยบายด้านใด (มาตรา ๘๗)
๑. ด้านความมั่นคงของรัฐ
๒. ด้านศาสนา สังคม การสาธารณสุข การศึกษา และวัฒนธรรม
๓. ด้านกฎหมายและการยุติธรรม
๔. ด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน
๑๑. รัฐสภา ประกอบด้วย (มาตรา ๘๘)
๑. นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี
๒. สภาผู้แทนราษฎร และคณะรัฐมนตรี
๓. สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา
๔. คณะรัฐมนตรี สภาผู้แทนราษฎร และ วุฒิสภา
๑๒. ประธานรัฐสภา คือ (มาตรา ๘๙)
๑. ประธานสภาผู้แทนราษฎร
๒. ประธานวุฒิสภา
๓. นายกรัฐมนตรี
๔. ไม่มีข้อถูก
๕๕. ผู้ใดเป็นประธานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน
๑. รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
๒. ปลัดกระทรวงการคลัง
๓. รองนายกรัฐมนตรี
๔. นายกรัฐมนตรี
๕๖. คณะกรรมการ ก.พ. โดยตำแหน่งได้แก่
๑. ปลัดกระทรวงการคลัง
๒. ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ
๓. เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
๔. ถูกทุกข้อ
๖๙. การตรวจสอบการรับจ่ายพัสดุให้เริ่มดำเนินการตรวจสอบวันใด
๑. วันที่ ๓๐ กันยายน
๒. วันที่ ๑ ตุลาคม
๓. วันเปิดทำการวันแรกของเดือนกันยายนเป็นต้นไป
๔. วันเปิดทำการวันแรกของเดือนตุลาคมเป็นต้นไป
๗๐. พัสดุที่หมดความจำเป็นหากต้องการขายโดยปกติจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกี่วัน
๑. ๓๐ วัน
๒. ๔๕ วัน
๓. ๖๐ วัน
๔. ๙๐ วัน

ออฟไลน์ chalita

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 396
  • Karma: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
แนวข้อสอบเจ้าพนักงานการเงินและบัญชี สำนักงานศาลยุติธรรม
 
 
แนวข้อสอบ
ระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมว่าด้วยการเงิน พ.ศ. 2545
(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2547 และ  (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2551
**********************************************

1. ระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมว่าด้วยการเงิน พ.ศ. 2545  ประกาศใช้เมื่อใด
ก. 15  เมษายน   พ.ศ.2545                                    ค. 17  เมษายน   พ.ศ.2545
ข. 16  เมษายน   พ.ศ.2545                                    ง. 18  เมษายน   พ.ศ.2545
ตอบ  ค. 17  เมษายน   พ.ศ.2545
2. ระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมว่าด้วยการเงิน  (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2547  ประกาศใช้เมื่อใด
ก. 20  มกราคม  พ.ศ.2547                                    ค. 26  มกราคม  พ.ศ.2547
ข. 20  มีนาคม  พ.ศ.2547                                      ง. 26  กุมภาพันธ์  พ.ศ.2547
ตอบ  ค. 26  มกราคม  พ.ศ.2547
3. ระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมว่าด้วยการเงิน  (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2551 ประกาศใช้เมื่อใด
ก. 1  ตุลาคม  พ.ศ.2551                                         ค. 1  มกราคม  พ.ศ.2551
ข. 1  ธันวาคม  พ.ศ.2551                                      ง. 1  กันยายน  พ.ศ.2551
ตอบ   ก. 1  ตุลาคม  พ.ศ.2551
4. หนี้ผูกพันรายละไม่เกินเท่าใดที่สามารถขอกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปีได้
ก. 50000 บาท                                                           ค. 10000 บาท
ข. 20000 บาท                                                           ง. 5000 บาท
ตอบ   ก. 50000 บาท 
5. "คลัง" ตามความหมายในพระราชบัญญัติระเบียบระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมว่าด้วยการเงิน พ.ศ.2545 และที่แก้ไข (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2547 หมายถึงข้อใด
ก. คลังจังหวัด                                                         
ข. คลังอำเภอ
ค. บัญชีเงินฝากของกระทรวงการคลังที่ธนาคารแห่งประเทศไทย
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ  ง. ถูกทุกข้อ

6. หัวหน้าส่วนราชการอาจมอบอำนาจให้ข้าราชการซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับใดเป็นผู้อนุมัติการจ่ายเงินได้
ก. ระดับ 8                                                                  ค. ระดับ 5
ข. ระดับ 6                                                                  ง. ระดับ 3
ตอบ  ก. ระดับ 8
7. กรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการตีความหรือการบังคับใช้ระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมว่าด้วยการเงิน พ.ศ.2545 และที่แก้ไข (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2547 ให้ใครเป็นผู้วินิจฉัย
ก. ประธานศาลฏีกา                                                 ค. ก.บ.ศ.
ข. คลังจังหวัด                                                           ง. เจ้าหน้าที่การเงิน
ตอบ  ค. ก.บ.ศ.
8. หากผู้ยืมเงินไม่มาชำระเงินยืมภายในกำหนด ให้ผู้อำนวยการเรียกชดใช้เงินยืมอย่างช้าภายในกี่วัน
ก. 7 วัน                                                                       ค. 30 วัน
ข. 15 วัน                                                                    ง. 60 วัน
ตอบ  ค. 30 วัน
9. ใบเสร็จรับเงินต้องมีสำเนาเก็บไว้อย่างน้อยกี่ฉบับ
ก. 1 ฉบับ                                                                   ค. 3 ฉบับ
ข. 2 ฉบับ                                                                   ง. 4 ฉบับ
ตอบ  ก. 1 ฉบับ
10. หน่วยงานใดต้องเบิกเงินจากสำนักงานคลังจังหวัด
ก. ศาลยุติธรรมในส่วนกลาง                                  ค. ศาลยุติธรรมในส่วนภูมิภาค
ข. สำนักงาน                                                             ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ  ค. ศาลยุติธรรมในส่วนภูมิภาค
11. ใบสำคัญคู่จ่ายที่เป็นใบเสร็จรับเงินไม่ต้องมีรายการในข้อใด
ก. วันเดือนปีที่รับเงิน                                              ค. ลายมือชื่อผู้จ่ายเงิน
ข. จำนวนเงินทั้งตัวเลขและตัวอักษร                   ง. รายการแสดงว่าการรับเงินเป็นค่าอะไร
ตอบ  ค. ลายมือชื่อผู้จ่ายเงิน
12. โดยหลักแล้วการจ่ายเงินให้จ่ายเป็น
ก. เงินสด                                                                   ค. ดร๊าฟท์
ข. เช็ค                                                                         ง. ตราสารอื่นๆ
ตอบ    ข. เช็ค             
13. การยืมเงินเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการในราชอาณาจักรให้จ่ายได้สำหรับระยะเวลาไม่เกินกี่วัน
ก. 15 วัน                                                                    ค. 45 วัน
ข. 30 วัน                                                                    ง. 60 วัน
ตอบ  ง. 60 วัน

จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบเจ้าพนักงานการเงินและบัญชี
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ
- ความรู้เกี่ยวกับสำนักงานศาลยุติธรรม
- ความสามารถด้านการคิดคำนวณ +แนวข้อสอบ
- ความสามารถทางด้านเหตุผล +แนวข้อสอบ
- ความสามารถด้านภาษา +แนวข้อสอบ
- เเนวข้อสอบ พรบ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พศ.2551
- แนวข้อสอบกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พศ. 2550
- แนวข้อสอบภาษาต่างประเทศ _ภาษาอังกฤษ
- แนวข้อสอบระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมว่าด้วยการเงิน
- ระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมว่าด้วยการพัสดุ
- แนวข้อสอบการเงินและบัญชี
- หลักการบัญชีเบื้องต้น

ออฟไลน์ chalita

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 396
  • Karma: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
ประวัติ ศาลยุติธรรม

ระบบศาลของไทยเริ่มมีมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยโดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ใช้อำนาจตุลาการในการพิจารณาพิพากษาคดีให้แก่ประชาชน และมีวิวัฒนาการโดยได้รับอิทธิพลแนวความคิดจาก “พระธรรมศาสตร์” เรื่อยมา จนสิ้นสมัยกรุงศรีอยุธยา ครั้นสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ได้มีการตั้งศาลขึ้นประจำหน่วยงานต่างๆ เพื่อพิจารณาพิพากษาคดีต่างพระเนตรพระกรรณและนำเอากฎหมายของกรุงศรีอยุธยามาปรับปรุงและบัญญัติขึ้นใหม่ เรียกว่า "กฎหมายตราสามดวง"


ศาลในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นมีอยู่มากมายหลายศาลกระจายกันอยู่ตามกระทรวงกรมต่าง ๆ และมีหน้าที่พิจารณาพิพากษาคดีต่างพระเนตรพระกรรณแทนพระมหากษัตริย์ ต่อมาเมื่อบ้านเมืองมีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น มีการติดต่อกับชาวต่างชาติลัทธิชาวตะวันตกได้แผ่ขยายเข้ามาทำให้ระบบการศาลไทยมีการเปลี่ยนแปลง มิฉะนั้นอาจเป็นเหตุที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งกับชาติตะวันตกได้ จึงมีการปฏิรูประบบการศาลไทยขึ้นใน รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงมีบทบาทในการวางรากฐานระบบการศาลยุติธรรมโดยได้รวมศาลที่กระจัดกระจายอยู่ตามกระทรวงกรมต่างๆ ให้มารวมไว้ในที่แห่งเดียวกัน เพื่อให้การพิจารณาพิพากษาคดีดำเนินไปด้วยความรวดเร็วถูกต้องเหมาะสมไม่ทำให้ราษฎรเดือดร้อน

และในโอกาสที่กรุงเทพมหานครมีอายุครบ 100 ปี ซึ่งตรงกับวันที่ 21 เมษายน 2425 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินทางขบวนพยุหยาตรามาวางศิลาก่อพระฤกษ์อาคารศาลสถิตย์ยุติธรรม และทรงโปรดฯให้จารึกพระราชปรารภในการจัดตั้งศาลยุติธรรมไว้ในแผ่นเงิน ซึ่งเรียกว่า"หิรัญบัตร" มีความกว้าง 9.5 ซ.ม. ยาว 37.2 ซ.ม. จำนวน 4 แผ่น ฝังอยู่ใต้อาคารศาลสถิตย์ยุติธรรมบนแผ่นเงินจารึกด้วยอักษรไทยที่สวยงาม และทรงคุณค่ามาก แสดงให้เห็นถึงพระบรมราโชบายในการปกครองแผ่นดินว่ามีพระราชประสงค์ให้ตั้งศาลขึ้นเพื่อทำหน้าที่วินิจฉัยชี้ขาดอรรถคดี
ทรงเล็งเห็นว่าบ้านเมืองจะอยู่ด้วยความสงบสุขร่มเย็นต้องอาศัยการศาลเป็นสำคัญ จึงทรงจัดระบบกฎหมายและระเบียบทางการศาลขึ้นใหม่ เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของชาติตะวันตก โดยมีกรมหลวงพิชิตปรีชากร และพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ เป็นกำลังสำคัญในการแก้ไขกฎหมายและปฏิรูประบบการศาลยุติธรรมให้เจริญรุ่งเรืองเป็นที่ยอมรับของนานาอารยประะเทศ

ศาลจึงเป็นสถาบันที่ประสิทธิ์ประสาทความยุติธรรมให้แก่ประชาชนสืบมาตราบเท่าทุกวันนี้ และในโอกาสที่กรุงเทพมหานครครบรอบ 220 ปี ซึ่งตรงกับศาลยุติธรรมครบรอบ 120 ปี ในปี พ.ศ. 2545 สำนักงานศาลยุติธรรมจึงร่วมกันจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ศาลไทยและหอจดหมายเหตุขึ้นเพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ที่มีต่อศาลยุติธรรม จึงถือเอา วันที่ 21 เมษายนของทุกปีเป็น"วันศาลยุติธรรม"

ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2478 ได้มีการประกาศใช้พระธรรมนูญศาลยุติธรรมแบ่งแยกงานศาลยุติธรรมออกต่างหากจากกันเป็นสองฝ่าย คืองานธุรการและงานตุลาการ โดยให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นผู้รับผิดชอบงานธุรการ ส่วนงานตุลาการ คือการพิจารณาพิพากษา เป็นอำนาจของตุลาการโดยเฉพาะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 12, 2017, 08:42:15 PM โดย chalita »

ออฟไลน์ chalita

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 396
  • Karma: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
นโยบายประธานศาลฏีกา



ด้านการอํานวยความยุติธรรมและการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน
๑.๑ มุ่งเน้นการพิจารณาพิพากษาคดีภายใต้หลักนิติธรรมให้เป็นไปอย่างเปิดเผย ถูกต้องตามกฎหมาย มีมาตรฐานที่ชัดเจน และเหมาะสมแก่ประเภทคดี
๑.๒ เสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบองค์คณะในการพิจารณาพิพากษาคดี ทั้งในศาลชั้นต้นและศาลสูงให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
๑.๓ จัดตั้งศาลโดยคํานึงถึงพื้นที่และลักษณะคดีเพื่อให้ประชาชนทั่วประเทศ ได้รับความสะดวก รวดเร็ว ทั่วถึง เท่าเทียมกัน และเสียค่าใช้จ่ายน้อย
๑.๔ นําเทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสมมาใช้เพื่อส่งเสริมและเพิ่มประสิทธิภาพ ในการพิจารณาพิพากษาคดีการบริหารจัดการ และการให้บริการประชาชน
๑.๕ ส่งเสริมให้ผู้พิพากษามีบทบาทในการแสวงหาข้อเท็จจริง รวมทั้งสนับสนุน การนํากระบวนการทางนิติวิทยาศาสตร์มาใช้ในการพิสูจน์ความจริงในคดีภายในกรอบของกฎหมาย
๑.๖ สนับสนุนให้ผู้พิพากษาใช้แนวทางการลงโทษหรือการแก้ไขบําบัดฟื้นฟู ที่หลากหลาย โดยใช้ดุลพินิจให้เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีและผู้กระทําความผิดแต่ละราย
๑.๗ สนับสนุนการพิจารณาพิพากษาคดีโดยส่งเสริมและพัฒนาระบบการระงับ ข้อพิพาททางเลือก
๑.๘ มุ่งคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องหาหรือจําเลยในการปล่อยชั่วคราวตามหลักเกณฑ์ ที่กฎหมายกําหนด โดยนํามาตรการหรือวิธีการที่สามารถป้องกันการหลบหนีมาใช้แทนการเรียก หลักประกัน
๑.๙ เสริมสร้างบทบาทของศาลยุติธรรมในการตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐเพื่อ คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน



ด้านการพัฒนาระบบงานศาลยุติธรรม

๒.๑ พัฒนาระบบงานศาลยุติธรรมให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้โดยง่าย สะดวก ทั่วถึง เท่าเทียมกัน และเสียค่าใช้จ่ายน้อย
๒.๒ ปรับปรุงโครงสร้างและระบบงานของสํานักงานศาลยุติธรรมและสํานักงาน อธิบดีผู้พิพากษาภาคโดยมุ่งเน้นการกระจายอํานาจเพื่อสนับสนุนภารกิจของศาลยุติธรรม ตลอดจน วางแผนและจัดการบริหารงานบุคคลให้เหมาะสม
๒.๓ พัฒนากฎหมายและระบบวิธีพิจารณาคดีให้มีประสิทธิภาพ เหมาะสม สอดคล้องกับพัฒนาการด้านเศรษฐกิจและบริบทของสังคม
๒.๔ เร่งรัดการออกระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ข้อบังคับ ข้อกําหนด และคําแนะนําของประธานศาลฎีกาเพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย และเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน
๒.๕ พัฒนาระบบศาลชํานัญพิเศษและการเข้าสู่ตําแหน่งของผู้พิพากษาที่มี ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
๒.๖ พัฒนาระบบการบริหารจัดการ การงบประมาณ และการใช้ทรัพยากรให้เกิด ประสิทธิภาพสูงสุด
๒.๗ ปฏิรูปการจัดทําฐานข้อมูลคดีให้ทันสมัยและมีมาตรฐานเพื่อประโยชน์ ในการบริหารจัดการคดีให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
๒.๘ ร่วมมือกับหน่วยงานอื่นในกระบวนการยุติธรรมเพื่อขับเคลื่อนนโยบาย และสร้างความร่วมมือด้านกระบวนการยุติธรรมในการอํานวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนอย่างมี ประสิทธิภาพ
๒.๙ ส่งเสริมและพัฒนาการสื่อสารทั้งภายในและภายนอกองค์กรเพื่อให้บุคลากร ทุกฝ่ายได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็ว



ด้านการพัฒนาบุคลากร
๓.๑ เสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และสร้างจิตสํานึกในการอํานวย ความยุติธรรม รวมทั้งส่งเสริมการเป็นแบบอย่างที่ดีในการดํารงตนของข้าราชการตุลาการ และบุคลากรในศาลยุติธรรม
๓.๒ ปรับปรุงโครงสร้างระบบงานวิจัย การพัฒนาบุคลากร และหลักสูตร การฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพ สร้างองค์ความรู้และเสริมสร้างประสิทธิภาพของข้าราชการตุลาการและบุคลากรในศาลยุติธรรมในการปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ
๓.๓ จัดสวัสดิการและยกระดับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของข้าราชการตุลาการ และบุคลากรในศาลยุติธรรมทุกระดับเพื่อให้มีความเข้มแข็ง มั่นคง มีความพร้อมในการปฏิบัติงาน ได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ



ด้านการต่างประเทศ
๔.๑ เสริมสร้างความร่วมมือทางการศาลและกระบวนการยุติธรรมเพื่อยกระดับ ศาลยุติธรรมไทยให้มีบทบาทในระดับสากล
๔.๒ พัฒนาความร่วมมือทางด้านวิชาการ การฝึกอบรม และการแลกเปลี่ยนบุคลากรกับต่างประเทศ
๔.๓ เสริมสร้างให้ประเทศต่างๆ และองค์กรระหว่างประเทศเชื่อมั่นในการ พิจารณาพิพากษาคดีของศาลยุติธรรมไทย

ออฟไลน์ chalita

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 396
  • Karma: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
วิสัยทัศน์ และพันธกิจ
วิสัยทัศน์

" ศาลยุติธรรมเป็นผู้ใช้อำนาจตุลาการในการดำรงอำนาจอธิปไตย และรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคมโดยการอำนวยความยุติธรรมภายใต้หลักนิติธรรมด้วยความรวดเร็ว เป็นธรรม และมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ทั้งมุ่งนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมและทันสมัยมาใช้เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการอำนวยความยุติธรรมของศาลยุติธรรมได้โดยง่ายภายใน ปี พ.ศ. 2560 "

พันธกิจ


1
การอํานวยความยุติธรรมมีมาตรฐานระดับสากล พิจารณาพิพากษาคดีด้วยความถูกต้อง รวดเร็ว และเป็นธรรม ระงับข้อพิพาททางเลือกด้วยความถูกต้อง รวดเร็ว และเป็นธรรม เช่น การไกล่เกลี่ย และการอนุญาโตตุลาการ เป็นต้น มีการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างเสมอภาค


2
การกระชับความร่วมมือทางการศาล การยุติธรรม และความร่วมมือทางวิชาการในระดับประเทศ ระดับภูมิภาคอาเซียน และระดับนานาชาติ


3
การให้บริการการเรียนรู้แก่ประชาชนด้านกฎหมาย และการอํานวยความยุติธรรมของศาลยุติธรรมที่มีมาตรฐานระดับสากล

ออฟไลน์ chalita

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 396
  • Karma: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
แผนยุทธศาสตร์ ศาลยุติธรรม
ยุทธศาสตร์ศาลยุติธรรม


1
เสริมสร้างการอํานวยความยุติธรรมให้มีมาตรฐานระดับสากล เพื่อรักษาความสงบ เรียบร้อยในสังคม และให้ประชาชนเข้าถึงศาลยุติธรรมได้โดยง่าย เป้าประสงค์  เพื่อให้สังคมไทยมีความสงบเรียบร้อยและประเทศในประชาคมอาเซียนให้การยอมรับและเชื่อมั่นใน ความเป็นธรรมและการอำนวยความยุติธรรมที่มีมาตรฐานระดับสากลของศาลยุติธรรม


2
ส่งเสริมและพัฒนาระบบการอํานวยความยุติธรรมในศาลชํานัญพิเศษให้มีมาตรฐานระดับ สากล รองรับอรรถคดีจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงการเป็นศูนย์กลางทางวิชาการด้านกฎหมายและคดีชํานัญพิเศษในประชาคมอาเซียน เป้าประสงค์  เพื่อให้ภาคเศรษฐกิจ สังคม การค้า การลงทุนทั้งในและระหว่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศใน ประชาคมอาเซียน มีความเชื่อมั่นในความเชี่ยวชาญด้านคดีชํานัญพิเศษ และยอมรับในระบบการอํานวยความยุติธรรมของศาลชํานัญพิเศษที่เป็นธรรมและมีมาตรฐานระดับสากล


3
กระชับความร่วมมือทางการศาล การยุติธรรม รวมทั้งความร่วมมือทางวิชาการทั้ง ในระดับประเทศ ระดับภูมิภาคอาเซียน ระดับนานาชาติและเสริมสร้างสถานะและ บทบาทของศาลยุติธรรมไทยในเวทีระหว่างประเทศ เป้าประสงค์  เพื่อให้หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมในระดับประเทศ ระดับภูมิภาคอาเซียน ระดับนานาชาติ รวมถึงองค์การระหว่างประเทศมีความเชื่อมั่นในศาลยุติธรรมไทย โดยให้การยอมรับและ ให้ความร่วมมือทางการศาล การยุติธรรม และความร่วมมือทางวิชาการ ทั้งระดับทวิภาคี และพหุภาคี


4
เสริมสร้างศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านกฎหมายและการอํานวยความยุติธรรมของศาลยุติธรรม ที่มีมาตรฐานระดับสากล เป้าประสงค์  เพื่อให้ศาลยุติธรรมเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านกฎหมายและการอํานวยความยุติธรรมที่มี มาตรฐานระดับสากล และมีองค์ความรู้เป็นที่น่าเชื่อถือ เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนา ค้นคว้า อ้างอิง


5
ยกระดับระบบงานธุรการศาล ระบบงานส่งเสริมงานตุลาการ และการให้บริการประชาชนให้มีมาตรฐานและมีสมรรถนะสูง พร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เป้าประสงค์  เพื่อให้ศาลยุติธรรมมีระบบงานธุรการศาล และระบบงานส่งเสริมงานตุลาการ ที่มีมาตรฐาน ระดับสากลและมีขีดสมรรถนะสูงในการสนับสนุนการอํานวยความยุติธรรมให้ดําเนินไป ด้วยความสะดวก รวดเร็ว รวมทั้งมีระบบการให้บริการต้อนรับประชาชนที่มีคุณภาพสูงสุด

ออฟไลน์ chalita

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 396
  • Karma: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
ผู้พิพากษา
ผู้พิพากษาในระบบศาลยุติธรรมปัจจุบันมี ๔ ประเภทคือ ผู้พิพากษา ผู้พิพากษาอาวุโส ผู้พิพากษาสมทบและดะโต๊ะยุติธรรม


๑.ผู้พิพากษา
ผู้พิพากษาต้องผ่านการคัดเลือกโดยคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม และมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นอกจากนั้นจะต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ เช่น มีสัญชาติไทยโดยการเกิด อายุไม่ต่ำกว่า ๒๕ ปีบริบูรณ์ เป็นเนติบัณฑิตไทย มีประสบการณ์ทำงานด้านกฎหมายไม่ต่ำกว่า ๒ ปี ผู้สมัครจะต้องผ่านการสอบข้อเขียนและการสอบปากเปล่าตามระเบียบที่คณะกรรมการตุลาการศาลยุตธรรมกำหนด เมื่อผ่านการสอบคัดเลือกแล้วจะได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษา เข้ารับการอบรมเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษาอย่างน้อย ๑ ปี ผู้ที่ผ่านการอบรมตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมจะได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นผู้พิพากษาประจำศาลเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๓ ปี แล้วจึงได้รับการพิจารณาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลชั้นต้น โดยก่อนเข้ารับหน้าที่ ผู้พิพากษาทุกคนต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์

กฎหมายกำหนดให้ผู้พิพากษาพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
๑. ตาย ๒. ลาออก ๓. พ้นจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ๔. โอนไปรับราชการฝ่ายอื่น
๕. ออกจากราชการเพื่อไปรับราชการทหาร ๖. ถูกสั่งให้ออกจากราชการตามที่กฎหมายกำหนด ๗. ถูกไล่ออก ปลดออกหรือให้ออก ๘. วุฒิสภามีมติให้ถอดถอนจากตำแหน่ง


๒.ผู้พิพากษาอาวุโส
ตามพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การแต่งตั้งและดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโส พ.ศ. ๒๕๔๒ เมื่อผู้พิพากษามีอายุครบ ๖๐ ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่มาแล้วไม่น้อยกว่ายี่สิบปีและผ่านการประเมินสมรรถภาพในการปฏิบัติหน้าที่ โดยได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมและได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโส เพื่อพิจารณาพิพากษาคดีในศาลฎีกา ศาลอุทธรณ์ หรือศาลชั้นต้น จนกระทั่งมีอายุครบ ๗๐ ปีบริบูรณ์ ผู้พิพากษาอาวุโสไม่มีสิทธิได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในทางบริหารได้ เช่นไม่สามารถดำรงตำแหน่งเป็นผู้พิพากษาหัวหน้าศาล หรือปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาล นอกจากนี้ผู้พิพากษาอาวุโสไม่มีสิทธิรับเลือกเข้ามาเป็นกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม หรือกรรมการบริหารศาลยุติธรรม แต่มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งกรรมการดังกล่าว

๓.ผู้พิพากษาสมทบ
ผู้พิพากษาสมทบ คือบุคคลภายนอกที่ได้รับเลือกเป็นพิเศษให้เข้าปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับผู้พิพากษาในศาลเยาวชนและครอบครัว ศาลแรงงาน หรือศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ทั้งนี้เพื่อให้มีบุคคลภายนอกที่มีประสบการณ์หรือเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องร่วมพิจารณาและพิพากษาคดีกับผู้พิพากษาผู้พิพากษาสมทบเป็นตำแหน่งที่แตกต่างจากผู้พิพากษา คือ เป็นตำแหน่งที่ไม่ใช่ตำแหน่งประจำ วาระในการดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบขึ้นอยู่กับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลพิเศษและศาลชำนัญพิเศษ ที่ผู้พิพากษาสมทบปฏิบัติงานกำหนดไว้

๔.ดะโต๊ะยุติธรรม
พระราชบัญญัติว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัดปัตตานี นราธิวาส ยะลาและสตูล พ.ศ.๒๔๘๙ บัญญัติให้สามารถนำกฎหมายอิสลามว่าด้วยครอบครัวและมรดกมาใช้แทนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ในการพิจารณาคดีครอบครัวและมรดกของอิสลามศาสนิกในศาลชั้นต้นในจังหวัดปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล ซึ่งอิสลามศาสนิกเป็นทั้งโจทก์ จำเลย หรือเป็นผู้เสนอคำขอในคดีที่ไม่มีข้อพิพาท ในกรณีเช่นนี้ผู้พิพากษาและดะโต๊ะยุติธรรม ซึ่งเป็นผู้ที่มีความชำนาญในกฎหมายอิสลามจะนั่งพิจารณาคดีร่วมกัน เพื่อให้สอดคล้องกับหลักกฎหมายอิสลามดะโต๊ะยุติธรรมจะต้องมีอายุไม่น้อยกว่า ๓๐ ปี เข้าใจภาษาไทยในระดับที่กำหนดไว้ และมีความรู้เกี่ยวกับหลักศาสนาและกฎหมายอิสลาม



ออฟไลน์ chalita

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 396
  • Karma: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
องค์กรบริหาร ศาลยุติธรรม
องค์กรที่มีอำนาจหน้าที่บริหารงานของศาลยุติธรรม แบ่งออกเป็น ๓ องค์กร คือ


๑. คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.)

๒. คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ)

๓. คณะกรรมการข้าราชการศาลยุติธรรม (ก.ศ.)

คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.)

ทำหน้าที่ในการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตุลาการ โดยเป็นองค์กรที่มีบทบาท และภารกิจในการวางแผนกำลังคนในด้านตุลาการ เป็นต้นว่าการกำหนดคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง การสรรหาบุคลากรที่มีคุณภาพ การบรรจุแต่งตั้ง การพัฒนาบุคลากร การควบคุมให้ข้าราชการตุลาการอยู่ในกรอบแห่งจริยธรรม และมาตรการในการรักษาวินัยโดยอาศัยระบบคุณธรรม ทั้งนี้เพื่อให้ผู้พิพากษามีหลักประกันอันมั่นคงว่าจะได้รับการสนับสนุนและการคุ้มครองให้มีความอิสระอย่างแท้จริง

คณะกรรมการชุดนี้ประกอบด้วยประธานศาลฎีกาเป็นประธานโดยตำแหน่ง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากศาลฎีกาจำนวน ๖ คน ศาลอุทธรณ์จำนวน ๔ คน และศาลชั้นต้นจำนวน ๒ คน และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่วุฒิสภาคัดเลือกอีก ๒ คน ซึ่งมีวาระในการดำรงตำแหน่งคราวละ ๒ ปี

คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ)

เป็นองค์กรบริหารที่ทำหน้าที่คล้ายคณะรัฐมนตรี กล่าวคือ เป็นผู้กำหนดโครงสร้างของสำนักงานศาลยุติธรรม ตลอดจนการแบ่งส่วนราชการภายในองค์กร วางระเบียบข้อบังคับในการบริหารราชการ ให้ความเห็นชอบแก่เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมในการเสนอร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับการบริหารราชการ ให้ความเห็นชอบในการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี ให้ความเห็นชอบในการบริหารจัดการงบประมาณและพัสดุ กำกับดูแลการบริหารราชการของสำนักงานศาลยุติธรรมให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบแบบแผน รวมทั้งมีอำนาจสั่งยับยั้งการบริหารราชการที่ไม่ถูกต้องได้ ให้ความเห็นชอบในการจัดตั้ง ยุบเลิก หรือเปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาล กำหนดจำนวนผู้พิพากษาในแต่ละศาลให้เหมาะสมตามความจำเป็นของทางราชการ

คณะกรรมการชุดนี้ประกอบด้วยประธานศาลฎีกาเป็นประธานโดยตำแหน่ง และข้าราชการตุลาการในศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา ที่ได้รับเลือกจากผู้พิพากษาทั่วประเทศชั้นศาลละ ๔ คน กับบุคคลภายนอกผู้ทรงคุณวุฒิด้านงบประมาณ ด้านพัฒนาองค์กร หรือด้านบริหารจัดการที่ประธาน ก.บ.ศ. และ ก.บ.ศ. ประจำศาลเลือกมาไม่น้อยกว่า ๒ คน แต่ไม่เกิน ๔ คน คณะกรรมการชุดนี้มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ ๒ ปี

คณะกรรมการข้าราชการศาลยุติธรรม (ก.ศ.)

มีบทบาทหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับข้าราชการศาลยุติธรรมตั้งแต่การกำหนดสายงานให้เหมาะสมและสอดคล้องกับความจำเป็นในการปฏิบัติงานสร้างเกณฑ์มาตรฐานสำหรับกำหนดตำแหน่ง วางแผนอัตรากำลังคน การสรรหาบุคลากร กำหนดวิธีการเข้าสู่ตำแหน่ง การบรรจุ แต่งตั้ง สิทธิประโยชน์ ค่าตอบแทน การพัฒนาบุคลากร วินัย การลา สวัสดิการอื่นๆ

คณะกรรมการชุดนี้ประกอบด้วยรองประธานศาลฎีกาที่มีอาวุโสสูงสุดเป็นประธานโดยตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์ เลขาธิการ ก.พ. และเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมเป็นกรรมการโดยตำแหน่งกับข้าราชการตุลาการ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจาก ก.ต. ชั้นศาลละ ๑ คน ข้าราชการศาลยุติธรรมระดับ ๘ ขึ้นไป ที่ได้รับเลือกจากข้าราชการศาลยุติธรรมระดับ ๖ ขึ้นไป จำนวน ๕ คน และบุคลากรผู้ทรงคุณวุฒิด้านการพัฒนาองค์กร ด้านการบริหารงานบุคคล หรือด้านการบริหารจัดการที่ ก.ศ. เลือกมา ไม่เกิน ๓ คน ร่วมเป็นกรรมการ คณะกรรมการชุดนี้มีวาระในการดำรงตำแหน่งคราวละ ๒ ปี

ออฟไลน์ chalita

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 396
  • Karma: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาด อำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๕๐ มาตรา ๑๙๙ บัญญัติให้มีคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล โดยให้มีอำนาจหน้าที่พิจารณาและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาเรื่องเขตอำนาจระหว่างศาลยุติธรรม ศาลปกครองศาลทหาร และศาลอื่นๆ วินิจฉัยชี้ขาดคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดที่ขัดแย้งกัน และกรณีอื่นที่เขตอำนาจศาลขัดแย้งกัน คณะกรรมการคณะนี้ประกอบด้วยประธานศาลฎีกาเป็นประธาน ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานศาลอื่นๆ และผู้ทรงคุณวุฒิ อีกไม่เกิน ๔ คน ตามที่กฎหมายบัญญัติเป็นกรรมการ โดยมีเลขานุการศาลฎีกาเป็นเลขานุการ และมีส่วนเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ซึ่งเป็นภารกิจในสังกัดสำนักอำนวยการประจำศาลฎีกาดำเนินการ ในส่วนของงานเลขานุการ งานธุรการและดำเนินการตามคำสั่งของคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล

ออฟไลน์ chalita

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 396
  • Karma: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
เกี่ยวกับสำนักงาน ศาลยุติธรรม
นับจากวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๔๓ ศาลยุติธรรมได้แยกเป็นอิสระจากกระทรวงยุติธรรม โดยมีสำนักงานศาลยุติธรรมเป็นหน่วยงานอิสระ มีฐานะเป็นนิติบุคคลเป็นหน่วยธุรการ และมีเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมเป็นผู้บังคับบัญชา ขึ้นตรงต่อประธานศาลฎีกา ในการแต่งตั้งเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมต้องมาจากการเสนอของประธานศาลฎีกาและได้รับความเห็นชอบของคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม เมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมแล้ว ให้ประธานศาลฎีกาเป็นผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ และดำเนินการเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งต่อไป ซึ่งเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมต้องแต่งตั้งจากบุคคลที่โอนมาจากตุลาการ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๒๓ กำหนดให้ข้าราชการตุลาการผู้นั้นพ้นจากข้าราชการตุลาการ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของศาลยุติธรรม ทั้งนี้ด้วยเจตนารมณ์เพื่อให้ศาลยุติธรรมมีความเป็นอิสระอย่างแท้จริงให้สามารถดุลและคานกับอำนาจนิติบัญญัติและอำนาจบริหารได้อย่างเหมาะสม ส่วนบุคคลที่เป็นกลไกสำคัญในการบริหารราชการของสำนักงานศาลยุติธรรมคือ ประธานศาลฎีกา มีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในส่วนที่เกี่ยวกับกิจการศาลยุติธรรม และเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ทำนองเดียวกับปลัดกระทรวงยุติธรรม บทบาทของประธานศาลฎีกาตามกฎหมายจึงเปลี่ยนไปจากเดิมเป็นอย่างมาก และจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากบุคลากรในสังกัดเพื่อให้การบริหารงานเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนโดยส่วนรวม


อำนาจหน้าที่
สำนักงานศาลยุติธรรมมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการศาลยุติธรรม อาทิ การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี การบริหารการเงิน การพัสดุ การวางแผนเกี่ยวกับบุคลากร การบริหารจัดการอาคารสถานที่ งานทางวิชาการ และงานส่งเสริมงานตุลาการ ซึ่งลักษณะของงานเหล่านี้เป็นไปตามลักษณะของการบริหารองค์กรหรือหน่วยงาน และที่สำคัญคือการสนับสนุนงานตุลาการอันเป็นภาระหลักให้ดำเนินไปอย่างเป็นระบบ มีประสิทธิภาพ และเป็นเลิศในการอำนวยความยุติธรรม

หน่วยงานในสำนักงานศาลยุติธรรม
ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรม พ.ศ.๒๕๔๓ กำหนดให้สำนักงานศาลยุติธรรมเป็นส่วนราชการที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการของศาลยุติธรรม งานส่งเสริมตุลาการและงานวิชาการ เพื่อสนับสนุนและอำนวยความสะดวกแก่ศาลยุติธรรม รวมทั้งเสริมสร้างให้การพิจารณาพิพากษาคดีเป็นไปโดยสะดวก รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยแบ่งส่วนราชการภายในออกเป็น ๒๗๓ หน่วยงาน ได้แก่ หน่วยงานระดับสำนัก ๑๓๒ หน่วยงาน หน่วยงานระดับกอง ๑๔๐ หน่วยงาน และหน่วยงานไม่สังกัดกองและสำนัก ๑ หน่วยงาน ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้


ส่วนกลาง มีจำนวน ๒๐ หน่วยงาน ได้แก่ หน่วยงานที่ไม่สังกัดกองและสำนัก จำนวน ๑ หน่วยงาน และหน่วยงานระดับกอง ๔ หน่วยงาน หน่วยงานระดับสำนัก ๑๕ หน่วยงานโดยเป็นหน่วยประสานกำกับติดตามให้คำปรึกษา แนะนำและวางหลักเกณฑ์แนวทางปฏิบัติต่าง ๆ

ส่วนภูมิภาค มีหน่วยงานระดับภาคจำนวน ๙ หน่วยงาน คือสำนักศาลยุติธรรมประจำภาค ๑ - ภาค ๙ โดยเป็นหน่วยส่งเสริมสนับสนุนงานศาลในด้านบริหารจัดการและด้านวิชาการ

ส่วนสนับสนุนงานศาล มีสำนักอำนวยการและสำนักงานประจำศาล รวม ๒๔๔ หน่วยงาน ได้แก่ หน่วยงานระดับสำนักอำนวยการประจำศาลจำนวน ๑๐๘ หน่วยงาน และหน่วยงานระดับสำนักงานประจำศาล จำนวน ๑๓๖ หน่วยงาน โดยเป็นหน่วยสนับสนุนการพิจารณาคดีของผู้พิพากษาด้านธุรการ ด้านวิชาการ รวมทั้งการประสานงานกับส่วนราชการต่าง ๆ

บทบาทภารกิจ
บทบาทภารกิจของสำนักงานศาลยุติธรรม มีดังนี้

๑) กำหนดนโยบายการบริหารด้านบุคลากร งบประมาณและแผนงานให้เป็นไปตามหลักการสร้างระบบบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี (Good Governance)

๒) ดำเนินการด้านเลขานุการของคณะกรรมการตุลาการ (ก.ต.) คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) และคณะกรรมการข้าราชการศาลยุติธรรม (ก.ศ.)

๓) สรรหาอัตรากำลังข้าราชการตุลาการและธุรการ พร้อมทั้งพัฒนาศักยภาพและทักษะอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง

๔) ส่งเสริมงานวิจัยเพื่อพัฒนากฎหมายและระบบงานของศาลยุติธรรมให้มีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล

๕) ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน กำหนดตัวชี้วัดประสิทธิผลและมูลค่าผลงานต่อหน่วย (Unit Cost)

๖) ประสานงานกับหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมเพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวาง

ออฟไลน์ chalita

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 396
  • Karma: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
สารพันปัญหา


1. คำถาม :ผู้สมัครที่กรอกใบสมัครสอบผิดพลาดในกรณีดังต่อไปนี้ เลขที่บัตรประจำตัวประชาชน,ชื่อ - สกุล,คำนำหน้า ต้องดำเนินการอย่างไร

คำตอบ : ท่านสามารถเขียนคำร้องขอแก้ไข และยื่นหลักฐาน ดังต่อไปนี้
(Download ใบคำร้อง คลิกที่นี่)

แบบคำร้องขอแก้ไขข้อมูล
ใบสมัครที่พิมพ์ออกจากระบบ และสำเนาจำนวน 1 ฉบับ
บัตรประจำตัวประชาชนและสำเนา จำนวน 1 ฉบับ
โดยติดต่อขอยื่นแบบคำร้องมาที่ สำนักงานศาลยุติธรรม โทร: 0-2142-4413
โทรสาร :  0-2143-9313       

ภายใน 3 ตุลาคม 2557  วันและเวลาราชการ


2. คำถาม : กรณีที่ ผู้สมัครกรอกข้อมูลอื่นผิดพลาด จะดำเนินการอย่างไร

คำตอบ : คณะกรรมการฯ จะพิจารณาดำเนินการแก้ไขเป็นรายกรณี เมื่อผู้สมัครยื่นหลักฐานครบถ้วนตามข้อที่ 1 ในวันสอบคัดเลือก

3. คำถาม : เปิดรับสมัครสอบทางอินเทอร์เน็ต ในวันใด

คำตอบ : ผู้สมัครที่ประสงค์จะสมัครสอบสามารถสมัครทางอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน - 2 ตุลาคม 2557 ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ  โดยเข้าไปที่ http://www.ojoc.coj.go.th/exam แล้วปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนด


4. คำถาม : เปิดรับชำระเงินถึงเมื่อไร

คำตอบ : ตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน - 3 ตุลาคม 2557 ภายในเวลาทำการธนาคาร โดยผู้สมัครนำเอกสาร "ใบสมัครและใบแจ้งการชำระเงินในระบบ Teller Payment" ไปชำระเงินที่เคาน์เตอร์ บมจ. ธนาคารกรุงไทย ทุกสาขา โดยการรับสมัครจะมีผลสมบูรณ์เมื่อชำระค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบเรียบร้อยแล้ว

5. คำถาม : ค่าธรรมเนียมในการสมัคร เท่าไร

คำตอบ : ค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ จำนวน 330 บาท ซึ่งประกอบด้วย ค่าธรรมเนียมการสอบจำนวน 300 บาท และค่าธรรมเนียมธนาคาร รวมค่าบริการทางอินเทอร์เน็ต จำนวน 30 บาท โดยค่าธรรมเนียมจะไม่จ่ายคืนให้ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น

6. คำถาม : ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบเมื่อไร

คำตอบ : จะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ วัน เวลา สถานที่สอบ และระเบียบเกี่ยวกับการสอบทางเว็บไซต์ www.ojoc.coj.go.th หรือ http://www.ojoc.coj.go.th/exam

7. คำถาม : หากต้องการสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับตำแหน่งคุณสมบัติผู้สมัครสอบ วุฒิการศึกษา กำหนดการประกาศ รายชื่อผู้มีสิทธิสอบ และอื่น ๆ สามารถติดต่อได้ที่ใด

คำตอบ : ผู้สมัครสามารถติดต่อได้ที่ สำนักงานศาลยุติธรรม โทร: 0-2142-4413                     
 โทรสาร: 0-2143-9313 ในวันและเวลาราชการ

8. คำถาม : หากต้องการสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับการสมัครสอบ เช่นการกรอกใบสมัคร การส่งใบสมัคร การพิมพ์ใบสมัคร หรือการค้นหาใบสมัคร สามารถติดต่อได้ที่ใด

คำตอบ : ผู้สมัครสามารถติดต่อได้ที่ Call Center โทร.  0-2257-7230   ในวันจันทร์-ศุกร์

เวลา 8.30-17.30 น.   

ออฟไลน์ chalita

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 396
  • Karma: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
ข่าวเปิดสอบ รับสมัครสอบ หนังสือ คู่มือ เตรียมสอบแนวข้อสอบ แนวข้อสอบสำนักงานศาลยุติธรรม .ทุกตำแหน่ง ทุกจังหวัด #60 ประจำปี 2560 หนังสืออ่านสอบ คู่มือชัวร์สุดๆ พร้อมเฉลย

ออฟไลน์ chalita

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 396
  • Karma: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
ตราสัญลักษณ์ ศาลยุติธรรม




คำอธิบายความหมายของตราสัญลักษณ์



ลักษณะของตราสัญลักษณ์  เป็นตรารูปทรงกลม (ไม่จำกัดขนาด)



องค์ประกอบของตราสัญลักษณ์  ดวงตราประกอบด้วยพระมหาพิชัยมงกุฎครอบอยู่เหนืออุณาโลม และตราพระดุลพาหตั้งอยู่บนพานสองชั้นมีพระแท่นรองรับพาน โดยมีครุฑจับนาคทูนไว้เหนือศีรษะ ล้อมรอบด้วยดอกบัวเก้าดอก เป็นดอกบัวตูมแปดดอก และดอกบัวบานหนึ่งดอก



ความหมาย
๓.๑ พระมหาพิชัยมงกุฎครอบอยู่เหนืออุณาโลม หมายถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
๓.๒ ดอกบัว หมายถึง ความบริสุทธิ์ผุดผ่อง และทั้งหมดมี ๙ ดอก หมายถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙
๓.๓ ตราดุลพาหตั้งอยู่บนพานสองชั้นมีพระแท่นรองรับพานอีกทอดหนึ่ง หมายถึง ความยุติธรรมตั้งอยู่บนรากฐานอันมั่นคง
๓.๔ ครุฑจับนาค หมายถึง แผ่นดิน
ความหมายรวม คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ผู้พระราชทานความบริสุทธิ์ยุติธรรมทั่วทั้งแผ่นดิน